หนังแอคชั่นบู๊สุดมันของฝั่งเกาหลีที่ดารานำชายงานดีไม่แพ้ในซีรีย์

หนังออนไลน์ 2020 เอ่ยถึงการ ดูหนังออนไลน์ ที่มาแรงที่สุดคงจะหนีไม่พ้น หนังแนวแอคชั่น สู้กันมันส์ระห่ำ ที่มักจะติดเทรนด์การค้นหาอันดับแรกๆของหนังเลยทีเดียว และก็หนังจำพวกนี้คนโดยมากคงจะนึกถึงทางฝั่งตะวันตกกัน ใช่มั้ยเอ่ย แต่ว่าประเดี๋ยวก่อน! ฝั่งทวีปเอเชียบ้านเราก็ไม่น้อยน่าเช่นกันนะในเรื่องความเพลิดเพลินดุดัน วันนี้เราจะมาเอาอกเอาใจสาวกสายแอคชั่นที่ชอบพอความมันส์ ด้วยหนังแอคชั่นเกาหลีฝั่งเอเชียบ้านเราที่มาพร้อมทั้งความดุดัน พาดฟันกันเอาจริงเอาจัง แล้วก็หล่อของผู้แสดงนำชายที่ไม่น้อยหน้าในซีปรี่ย์อย่างยิ่งจริงๆ

1. The Age of Shadows (2016) คน ล่า คน
เปิดประเดิมด้วย The Age of Shadows (2016) ที่ได้กงยูอปป้า ผู้แสดงนำชายสุดหล่อมาเล่นบู๊ให้สาวๆกระปรี้กระเปร่าหัวใจ บริบทที่อิงรายละเอียดทางประวัติศาสตร์และการแทรกใส่แนวความคิดปลุกระดมรักชาติที่ตรงจริตกับหนังออสการ์ ตลอดจนคุณภาพในงานโปรดักชั่น แล้วก็ที่สำคัญการให้รายละเอียดตัวบทในฐานะหนังสายลับที่ทำได้อย่างไร้ที่ติเตียน อีกทั้งความสลับซับซ้อนของเนื้อหาแล้วก็การผลิตโมเมนต์หักเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบได้อย่างลุ้นระทึก ซึ่งไม่น่าฉงนใจที่หนังจะถูกส่งไปเป็นผู้แทนเข้าชิงออสการ์หนังภาษาต่างประเทศ

2. Steel Rain (2017) คู่เดือดดำเนินการเพื่อชาติ
หนังการเมืองสุดเข้มข้นที่วางเงื่อนด้วยความไม่ลงรอยกันภายในชาติ เพื่อสะท้อนบทสรุปของการรวมชาติที่ต่างข้างพยายามหาจุดยืนด้วยกันเพื่อข้อตกลงด้านสันติ ที่มาพร้อมโมเมนต์การเสียสละสำหรับในการสร้างอารมณ์ร่วมของผู้ชมตามสไตล์หนังประเทศเกาหลี โดยหนังอยู่ในสภาวะคุกรุ่นทางการเมืองที่ ‘คิมดูวอน’ บุคคลเบื้องสูงฝั่งเกาหลีเหนือกำลังจะจุดชนวนก่อรัฐประหารที่บางทีอาจขยายสู่การสู้รบระหว่างประเทศ ซึ่งผู้แสดงนำอย่าง ‘ออม’ ที่เป็นสายลับเกาหลีเหนือไม่อาจทำภารกิจลอบสังหารคิมดูวอนได้เสร็จ ก่อนที่จะหลบหนีไปยังเขตแดนใต้พร้อมด้วยผู้นำสูงสุดที่กำลังบาดเจ็บหนักมาก โดยส่วนสำคัญของหนังจะอยู่ที่การโคจรเจอกันของ ‘ออม’ รวมทั้ง ‘กวัก’ ผู้ที่ทำงานขึ้นตรงกับรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้ ที่ต่างข้างได้รับรู้และก็แลกเปลี่ยนมุมมองซึ่งกันและกัน จนถึงเปลี่ยนเป็นเพื่อนต่างพระพรหมแดนที่นำพาชาติไปสู่บทสรุปที่สันติ

3. Assassination (2015) ยัยตัวร้าย พลแม่นปืน
บล็อกบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์ที่เปี่ยมด้วยนักแสดงประสิทธิภาพและก็ตัวบทที่อิงโครงเรื่องประวัติศาสตร์ของต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อกลุ่มผู้เคลื่อนไหวฝั่งเกาหลีต้องการปลดแอกหลังตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของญี่ปุ่นมาหลายทศวรรษ โดยทำการจัดตั้งทีมลอบสังหารเพื่อคิดแผนปลิดชีพเหล่าผู้นำประเทศญี่ปุ่น ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่โมเมนต์เชือดเฉือนคมของทั้งสองฝั่ง และการแอบของสายลับที่แอบขายข่าวสารให้ญี่ปุ่นกระทั่งเปลี่ยนเป็นหนึ่งอุปสรรคสำคัญสำหรับในการบรรลุภารกิจ ทั้งยังยังคงใช้ลูกเล่นการสวมรอยที่มือสังหารสาวได้มาพบกับคู่แฝดของตัวเองที่เคยพลัดพราก เพื่อต่อยอดไปยังพิธีแต่งงานที่รวมเหล่าทหารและบุคคลชั้นสูงของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเปรียบได้ดั่งไคลแม็กซ์ที่มาพร้อมแอคชั่นซีนกับการสาดกระสุน ยิงกันหูดับตับไหม้ที่มีความยาวกว่า 15 นาที

4. New World (2013) เปลี่ยนแปลงโค่นมาเฟีย
การมองหาไอเดียชั้นยอดรวมทั้งปรุงแต่งให้กำเนิดความสดใหม่โดยใส่เอกลักษณ์ความเป็นตัวเองเข้าไป โน่นเป็นเคล็ดวิธีทำหนังเกาหลีที่ใช้แล้วประสบผลสำเร็จตลอด 2 ทศวรรษก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยหนังประเด็นนี้เหมือนเป็นส่วนผสมระหว่าง หนังออนไลน์ 2020 Infernal Affairs หนังสายลับหักเหลี่ยมที่เอ๋ยถึงการแทรกซึมสองขั้วปรปักษ์อีกทั้งฝั่งตำรวจรวมทั้งพวกกลุ่มโจร กับ Election รูปลักษณ์หนังแก๊งสเตอร์ที่เล่นรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงแล้วก็การฉกฉวยขั้วอำนาจ ทั้งยังได้แอคชั่นซีนที่ดิบดุร้ายสไตล์หนังประเทศเกาหลีมาสร้างความต่างได้อย่างพอดี โดยปมเรื่องเอ่ยถึงการเสียชีวิตของเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวขั้วอำนาจครั้งใหม่ ซึ่งตัวเอกอย่าง หนังใหม่ 2020 ‘แจงท่อนซุง สายลับตำรวจที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มโจรเป็นระยะเวลานาน ก็ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญที่ต่อเนื่องกันกับชีวิตตนเอง

5. The Spy Gone North (2018) สายข้ามถิ่น…คาบเส้นเสี่ยงตายทุกเสี้ยวนาที
ยังคงพัฒนาอย่างไม่รู้จบสำหรับ Yoon Jong-Bin ที่คนไม่ใช่น้อยรู้จักในฐานะผู้กำกับจาก Nameless Gangster ที่ในครั้งนี้กลับมาในรูปโฉมโนมพรรณหนังสายลับที่เต็มไปด้วยกลอุบายทางด้านการเมือง ขับเคลื่อนด้วยบทพูด การเจรจาต่อรอง กำเนิดโมเมนต์เปลี่ยนทางความคิดอยู่เสมอเวลา เรียกว่าได้รสสัมผัสที่เยือกเย็น ตึงเครียด ไม่น่าไว้วางใจชนิดเดียวกับ Tinker Tailor Soldier Spy หรือ The Age of Shadow โดยโครงเรื่องในต้นยุค 90 ที่ฝั่งประเทศเกาหลีใต้ได้รับข้อมูลที่ได้รับมาจากหน่วยข่าวกรองว่าฝั่งเหนือกำลังปรับปรุงอาวุธนิวเคลียร์เพื่อเหตุผลบางประการ ทำให้ฝั่งใต้จำต้องส่งสาย ‘พาร์ค ซัคยอง’ จำต้องไปแสวงหาเรื่องจริง